รีวิวหนัง ตุ๊ดซี่ส์ & เดอะเฟค

รีวิวหนัง ตุ๊ดซี่ส์ & เดอะเฟค ภาพยนตร์ไทยแนวคอมเมดี้ ภาคต่อลำดับที่สาม ไดอารี่ตุ๊ดซีส์ เดอะซีรีส์ ผลิตโดยจอกว้างฟิล์ม และจัดจำหน่ายโดยจีดีเอช ห้าห้าเก้า กำกับโดย กิตติภัค ทองอ่วม มีเค้าโครงบางส่วนมาจากชีวิตจริงของ ธีร์ธวิต เศรษฐไชย หรือ ช่า บันทึกของตุ๊ด บุคคลดังระดับที่เขียนบันทึกลงเฟซบุ๊คและพ็อคเก็ตบุ๊ค บันทึกของตุ๊ด เช่นเดียวกับละครชุด

สำหรับเรื่องตัวละครนี่เรียกได้ว่ายกทีมชุดเดิมจากไดอารี่ตุ๊ดซีส์มาทั้งหมด (ย้ำว่าทั้งหมดเพราะ มาทั้งเเฟนเก่า เเฟนใหม่ของกัสเลย ที่พูดตรงๆว่าน้องเจเจจะหล่อไปไหน เเละหล่อขึ้นจากเวอร์ชั่นซีรีส์มาก

พร้อมด้วยนักเเสดงเบอร์ต้นๆของประเทศที่มาเเน่นมากกก เเน่นจนรู้สึกว่าความยาวหนังนี่ไม่น่าจะพอ ฮาาา ยกตัวอย่างเช่นยายป๋อมแป๋ม เเม่โอปอล์ หรือเเม้กระทั่งคุณจั๊ดที่อ่านข่าวช่อง ONE 31 นี่ก็มาด้วยนะ และที่พีคกว่านั้นคือ “เชฟป้อม (มล.ขวัญทิพย์ เทวกุล)” ก็เล่นเรื่องนี้ด้วย
เชฟป้อมมาว่าพีคเเล้วที่สุดคือ “เเม่ชม (ชมพู่ อารยาเอ ฮาร์เก็ต!)” ก็เล่นด้วย เเถมเป็นเส้นเรื่องหลักของหนังเรื่องนี้เลย ยังไง?

เพราะเเม่ชมที่ต้นเรื่องเป็นซุปตาร์สวยๆต้องเปลี่ยนโหมดมาเป็น “เจ๊น้ำ เเม่ค้าออนไลน์รว้ายๆ” นึกกันไม่ออกสินะว่าเป็นเเบบไหน คลิปข้างล่างมีคำตอบค่ะ

ซึ่งไกลตัวเเม่ชมมาก!!! เห้ย เเต่ทุกคนคะ เส้นเรื่องหลักว่าจัดจ้านเเล้ว เส้นเรื่องรองของเเก๊งค์ตุ๊ดก็เเซ่บไม่เเพ้กันนาจาา!!!

เรื่องนี้บอกตรงๆเลยว่ามุกกะเทยมาครบ จัดเต็ม ศัพท์กะเทยคือเเน่นมาก (ใครมีเพื่อนกะเทยเยอะๆเเบบเราน่าจะชอบ) เเละการส่งมุกกันก็เหมือนในซีรีส์ เเต่เราว่ามันดูดีกว่าในซีรีส์นะ มันรับเเละต่อมุกกันเเบบไม่ขาดช่วง ทำให้หนังเรื่องนี้เรียกว่าอรรถรสขั้นสุด โดยเราให้คะเเนนความตลกของเรื่องนี้เต็มสิบ!
เเละเป็นหนังที่เรียกว่า GDH ตีตลาดคนดูได้ยอดเยี่ยมอีกครั้ง เพราะจังหวะการเข้าโรงของเรื่องนี้คือปลายปี เป็นช่วงเวลาที่ 1.คนเราต้องการหนังตลกไว้คลายเครียด 2.ดูได้ทั้งครอบครัว (วันนี้ที่เราไปดูนี่เห็นคุณพ่อจูงลูกหลานไปดูเยอะอยู่นะ) และ 3.เนื้อหาต้องสนุกด้วย

ถึงจะเป็นคอมเมดี้ หรือ เกย์มีดี้ แต่ดราม่าของหนังก็ยังเป็นอะไรที่น่าเสียดาย เพราะค่อนข้างจะบางเบา ทั้ง ๆ ที่พล็อตของเรื่องสามารถผลักไปได้ไกลกว่านี้ แต่กลับคลี่คลายปมต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ก็ยังสอดแทรกมุมมองที่น่าสนใจ ชีวิตคนเรามีหลายครั้งที่ต้องเฟค หรือเสแสร้ง ทั้งต่อสิ่งที่เรารัก และ สิ่งที่เราเกลียด หนังเรื่องนี้ให้ภาพการทำงานในวงการบันเทิงว่าไม่ใช่แค่การแสดง แต่คือความรู้สึก ซึ่งสอดคล้องไปกับชีวิตประจำวัน ทั้งความต้องการที่จะหาสมดุลในชีวิต ที่ต้องทำอะไรที่เราไม่ชอบใจ หรือ จำเป็นต้องทำ แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ดีที่สุด คือการเปิดใจยอมรับความจริง เพื่อจะมีความสุขแบบไม่เฟค ที่ซึ่งตัวละครแต่ละตัวจะได้พบมุมมองของการกระทำ และผลที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้มุมมองของจิตใจก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ตราบใดที่จิตใจดี ใบหน้าจะเป็นเช่นไร ก็ย่อมดีตามเช่นกัน ไม่มีใครเป็น “ตัวปลอม” ตราบใดที่เรายังคงเป็น “ตัวเอง” เรียกได้ว่าไม่ได้น้ำตากลับบ้าน แต่จะได้ความอิ่มใจแน่นอน